WHAT TO DO WITH THE DEAD KAIJU? ภาพยนตร์ที่จะพาคุณไปดูวิธีการจัดการกับซากไคจู
เชื่อว่าในที่นี้น่าจะมีหลายคนเลยทีเดียวที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวอสูรกายสัตว์ประหลาดบุกมาถล่มโลก ดูหนังออนไลน์ เรื่องราวในภาพยนตร์เหล่านี้มักจบลงด้วยชัยชนะของมนุษยชาติที่รวมตัวกันต่อสู้จนล้มสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ได้สำเร็จ เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและมักจะจบเรื่องราวลงด้วยการถ่ายทอดให้เราเห็นซากสัตว์ประหลาดตัวขนาดใหญ่มหึมาล้มตายอยู่กลางเมือง เคยมีใครสงสัยหรือไม่ว่าหลังจากที่การต่อสู้จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วและวีรบุรุษก็ได้รับการยกย่อง
หลังจากนั้นผู้คนจะทำอย่างไรกับซากของสัตว์ประหลาดที่นอนตายอยู่กลางเมือง เพราะการใช้ชีวิตหลังจากนั้นคงจะไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อยหากไม่มีใครจัดการอะไรกับซากของสัตว์ประหลาด และภาพยนตร์ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือภาพยนตร์ที่จะเล่าถึงเรื่องราวต่อจากการสู้กับสัตว์ประหลาด นั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง WHAT TO DO WITH THE DEAD KAIJU? เป็นภาพยนตร์ที่มีแนวคิดค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะสำหรับผู้รับชมภาพยนตร์แนวต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเราก็คงสนใจแค่ว่าเราจะสามารถเอาชนะพวกมันได้อย่างไรแต่ไม่ค่อยมีใครฉุกคิดสักเท่าไหร่ว่าถ้ามันตายแล้วเราจะต้องทำยังไงต่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากหลังจากที่มีใครจูงขนาดมหึมาออกมาอาละวาดทำลายล้างประเทศมาอย่างยาวนานร่วมทศวรรษ แต่สุดท้ายการต่อสู้ของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สัตว์ประหลาดไคจูขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีความสูงเกือบเท่า TOKYO DOME ได้นอนตายขาชี้ฟ้าอยู่กลางเมือง ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงต้องหาวิธีการกำจัดซากของมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ เพราะถึงแม้ว่ามันจะตายลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะละทิ้งพิษสงทั้งหมดไปแต่อย่างใด หากเราไม่สามารถจัดการกับเศษซากร่างกายของมันได้ทันเวลาแก๊สในตัวของมันก็จะระเบิดปะทุออกมาและนำพาหายนะมาซึ่งเกาะญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
WHAT TO DO WITH THE DEAD KAIJU? เป็นภาพยนตร์ที่ไอเดียและแนวคิดมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเรียกความสนใจให้กับเหล่าบรรดาคนรักไคจูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้มันยังตอบโจทย์คนช่างสังเกตช่างถามอีกด้วยว่าหลังสู้กับสัตว์ประหลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมันตายอยู่ใจกลางเมืองใครจะมาจัดการเศษซากของมันต่อ แต่น่าเสียดายที่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีสักเท่าไหร่ ภาพยนตร์มีความยาวร่วม 2 ชั่วโมงแต่กว่าจะดูจบครึ่งชั่วโมงแรกก็ทำเอาหาวแล้วหาวอีก สาเหตุที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาเป็นแบบนั้นเพราะผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้มีความโดดเด่นในการสร้างภาพยนตร์แนวบ้าบอคอแตกและตลกอยู่แล้ว
การมาจากงานภาพยนตร์สเกลใหญ่ที่มีความตึงเครียดแถมยังมานั่งแท่นเขียนบทเองอีกต่างหาก มันจึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปไม่สุดทางสักเท่าไหร่เพราะการนำเสนอมีความทีเล่นทีจริงมากจนเกินไป การนำเสนอแก่นของเรื่องราวจึงไม่สุดทางอย่างที่ควรจะเป็น องค์ประกอบที่ไม่จำเป็นที่ใส่เข้ามามันทำให้ผู้รับชมรู้สึกรำคาญใจเป็นอย่างมาก ถึงเราจะทราบดีว่าการใส่ตัวละครเหล่านี้เข้ามาก็เพื่อเป็นการสร้างสีสันแต่มันกลับทำให้ผู้รับชมรู้สึกรำคาญมากกว่าตลก มุกตลกที่ใส่เข้ามาก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกขำได้ถึงขนาดนั้น น่าเสียดายทั้งที่อุตส่าห์พยายามเสียดสีการเมืองและสังคมแล้วแต่มันก็ยังไม่ดีพอแต่อย่างใด ในส่วนของงานสร้างเองก็เลวร้ายไม่แพ้กัน มีอยู่หลายอย่างที่ไม่สมจริง แถมยังมีภาพลอยที่ทำให้เรารู้ได้ในทันทีว่านี่คือการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกที่มาตรฐานต่ำกว่าภาพยนตร์จอใหญ่ทั่วไปอีกต่างหาก





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น